top of page
  • 執筆者の写真SHIF

ชมใบไม้แดงที่ภูเขามรดกญี่ปุ่นที่โอยาม่า ด้วย Digital Tanzawa-Oyama Freepass-แนะนำวิธีซื้อและวิธีการใช้งาน-


ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีในปีนี้(2023)ของญี่ปุ่นค่อนข้างมีอากาศที่อบอุ่นกว่าทุกปี ทำให้การเปลี่ยนสีของใบไม้ในแต่ละที่นั้นคาดเดาได้ลำบาก แต่เมื่อช่วงปลายพฤศจิกายนที่ผ่านมาเราได้มีโอกาสไปเที่ยวที่ภูเขาโอยาม่า(大山) ที่ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติ Tanzawa Oyama ภูเขาว่าที่มีรูปทรงคล้ายปิรามิดมีความสูง 1,252 เมตร ตั้งอยู่ที่เมืองอิเซะฮาระ จังหวัดคานากาว่า นั่งรถไฟจากสถานีชินจูกุ โตเกียวเพียงแค่ 1 ชม. และต่อรถบัสไปอีกเล็กน้อยรวมเวลาเดินทางไปถึงภูเขาแล้วประมาณ 90 นาที เราได้พบว่าใบไม้แดงที่นี่สวยมากที่สุดที่ชมมาในปีนี้เลย!! ในบทความนี้เราจะมาเล่าถึงการเดินทางไปยังภูเขาโอยาม่า และเล่าถึงสถานที่ไปมาในช่วงฤดูใบไม้ร่วง เป็นยังไงบ้างเราไปดูกันเลยดีกว่า!


เดินทางไปยังโอยาม่า ใช้บัตร Digital Tanzawa-Oyama Freepass สิ!

ในการเดินทางไปยังโอยาม่าหากออกเดินทางจากโตเกียว ทุกคนต้องออกเดินทางจากสถานีชินจูกุเหมือนกับเรา การเดินทางนั้นง่ายมาก ขึ้นรถไฟด่วน Odakyu Romancecar ที่สถานี Shinjuku ไปลงที่สถานี Isehara


เราได้ทำการซื้อ Digital Tanzawa-Oyama Freepass ไว้ก่อนวันเดินทาง เพื่อความสะดวกในการเดินทางตั้งแต่ชินจูกุ และการเดินทางภายในโอยาม่า เพราะเพียงแค่มีตั๋ว e-ticket อันนี้ก็สามารถนั่งรถไฟ, รถบัส, รถเคเบิ้ลคาร์ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งเลย แถมยังแค่แสกนหรือโชว์หน้าจอให้เจ้าหน้าที่ก็สามารถเข้าออกสถานีได้โดยไม่ต้องเสียเวลาซื้อตั๋วหน้างานด้วย เราจะมาแนะนำวิธีซื้อให้ทุกคนก่อนละกันนะ


ตั๋ว Digital Tanzawa-Oyama Freepass เป็นตั๋วเดินทางราคาประหยัดใช้เดินทางจาก Shinjuku ไปยังพื้นที่ Tanzawa-Oyama ตั๋วมีทั้งหมด 2 ชนิด คือ A Ticket (รวมค่ารถ Oyama Cable Car) และ B Ticket (ไม่รวมค่ารถ Oyama Cable Car เหมาะสำหรับผู้ชอบการปีนเขา) 


ในครั้งนี้เราซื้อตั๋วแบบ A Ticket มา ซึ่งตั๋วแบบ A Ticket สามารถใช้บริการยานพาหนะได้ดังนี้

・นั่งรถไฟสาย Odakyu จากสถานี Shinjuku - สถานี Isehara ไป-กลับได้ 1 ครั้ง (ส่วนระหว่างสถานี Hon-Atsugi จนถึงสถานี Shibusawa นั่งได้ไม่จำกัดจำนวนเที่ยว) 

・นั่งรถไฟสาย Odakyu ในพื้นที่ Tanzawa-Oyama และรถบัสประจำทาง Kanachu ได้ไม่จำกัดจำนวนเที่ยว 

・นั่งรถ Oyama Cable Car ได้ไม่จำกัดจำนวนเที่ยว


นอกจากนี้ยังแสดงตั๋วเพื่อขอรับส่วนลดและสิทธิประโยชน์อื่นๆที่ออนเซ็นและร้านค้าหรือร้านอาหารต่างๆอีกประมาณ 60 แห่ง


และถ้าหากมี Digital Tanzawa-Oyama Freepass แล้ว เพียงจ่ายค่าโดยสารรถด่วนเพิ่มอีกแค่ 700 เยน (ต่อเที่ยว) ก็จะสามารถนั่งรถด่วน Romancecar ได้อีกด้วย


รายละเอียดเกี่ยวกับตั๋วฟรีพาส:https://www.odakyu.jp/english/passes/tanzawa_oyama


วิธีการซื้อ Digital Freepass

สามารถซื้อตั๋ว Digital Tanzawa-Oyama Freepass ได้ง่ายๆ ได้ทาง Smart phone ผ่านทางเว็บไซต์ด้านล่างนี้

*การซื้อและใช้งาน Digital Tanzawa-Oyama Freepass รูปแบบ e-ticket ต้องใช้งานผ่าน Smart phone เท่านั้น




อย่าลืมซื้อบัตรรถด่วน Romancecar ด้วยนะ

Romancecar เป็นรถด่วนที่วิ่งไปกลับระหว่างสถานี Shinjuku - Hakone Yumoto โดยปกติการใช้บริการ Romancecar จะต้องเสียค่าโดยสารทั้งหมด 2 อย่างรวมกัน คือ ค่าโดยสารรถไฟปกติและค่าโดยสารรถด่วน แต่ถ้าเรามีตั๋ว Digital Tanzawa-Oyama Freepass ค่าโดยสารรถไฟปกติจะถูกรวมเอาไว้อยู่แล้ว เราแค่จ่ายค่ารถด่วนเพิ่มเท่านั้น 

เนื่องจากเป็นระบบระบุที่นั่ง มั่นใจได้เลยว่าเราจะได้นั่งสบายๆตลอดการเดินทางอย่างแน่นอน

ในการไปลงที่โอยาม่า เราต้องจองตั๋วรถไปลงที่สถานี Isehara นะ


รายละเอียดเกี่ยวกับรถด่วน Romancecar https://www.odakyu.jp/english/romancecar/surcharges/ 


วิธีการซื้อตั๋วดิจิทัลรถด่วน Romancecar เข้าไปที่เว็บไซต์ EMot หน้าหลักแล้วทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้



วิธีการใช้งานตั๋ว Digital Tanzawa-Oyama Freepass

เมื่อซื้อตั๋วเสร็จแล้วหน้าตาตั๋วจะเป็นแบบนี้น้า เราสามารถแสดงหน้าจอนี้ให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อเข้าสถานี รถบัส หรือยานพาหนะอื่นๆที่ไม่มีเครื่องแสกนได้เลย ในส่วนที่มีจุดสำหรับแสกนสามารถใช้ QR code นี้ในการแสกนลงบนเครื่องแสกน จุดสำหรับแสกนหน้าตาเป็นดั่งรูปด้านล่างนี้เลย

การซื้อตั๋วแบบดิจิทัลหรือ e-ticket มีข้อดีและข้อควรระวังดังต่อไปนี้ 

ข้อดี

  • ซื้อตั๋วได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านทางสมาร์ทโฟน

  • ชำระค่าตั๋วผ่านบัตรเครดิตได้ง่ายๆ

  • สามารถซื้อตั๋วได้ล่วงหน้าได้ และ refund ตั๋วได้ผ่านทางสมาร์ทโฟน

  • ไม่ต้องเสียเวลาไปต่อคิวรอซื้อตั๋วที่เคานเตอร์จำหน่ายตั๋ว

  • หมดกังวลเรื่องการทำตั๋วหายระหว่างเดินทาง

  • สามารถโอนตั๋วที่ซื้อไปยังมือถือเครื่องอื่นได้

  • ในจุดที่ต้องซื้อตั๋วเช่น รถบัส หรือรถราง สามารถโชว์ตั๋วจากจอมือถือให้เจ้าหน้าที่ตรวจตั๋วดูแล้วผ่านเข้าไปได้เลยสะดวกมากๆ


ข้อควรระวัง

  • ตั๋วสามารถใช้งานผ่านทางสมาร์ทโฟนเท่านั้น ไม่รองรับคอมพิวเตอร์และแท็บเล็ต

  • ใช้ตั๋วได้เพียง 1 ใบ ต่อมือถือสมาร์ทโฟน 1 เครื่องเท่านั้น

  • ต้องเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตตลอดเวลาที่ใช้งานตั๋ว

  • ชำระเงินค่าตั๋วผ่านบัตรเครดิต หรือ PayPay

  • ต้องระวังไม่ให้แบตเตอร์รี่สมาร์ทโฟนหมด


เริ่มออกเดินทางจากชินจูกุ ไปลงสถานี Isehara


ในครั้งนี้เราได้จองรถด่วน Romancecar MSE หน้าตาเหมือนในรูปนี้ ทุกที่นั่งเป็นแบบระบุที่นั่ง มี Free Wifi ให้ใช้งาน เบาะนั่งสบาย มีห้องน้ำให้ในตัว ดีไซน์ภายในตัวเป็นสไตล์เรียบหรู เพียงแค่ขึ้นนั่งก็รู้สึกได้เข้าสู่ช่วงเวลาของการพักผ่อนอย่างเต็มที่

ใช้เวลาเดินทางจากสถานี Shinjuku ไปลงที่สถานี Isehara ประมาณ 1 ชม. นั่งเพลินๆชมวิวแปปเดียวก็ถึงแล้ว♪ ระวังอย่านั่งเลยไปสุดสายน้า เพราะรถจะวิ่งไปถึงฮาโกเน่เลยจ้า


ลงที่สถานี Isehara แล้วต่อรถบัสไปยัง Oyama Cable Car

หลังจากที่นั่งรถมาลงที่สถานี Isehara แล้ว สิ่งที่เราเห็นได้ในทันทีจากชานชาลารถไฟคือแถวยาวบริเวณหน้าสถานี มันคือแถวรถบัสที่วิ่งไปยัง Oyama Cable Car นั่นเอง!!!

ไม่รอช้าเราก็รีบออกจากสถานีไปยังประตูทิศเหนือเพื่อต่อแถวขึ้นบัสกับทุกคน


เราใช้เวลาในการต่อแถวรอรถบัสประมาณ 20 นาที ใครที่จะมาแบบเร่งรีบให้ลองเผื่อเวลาไว้ดูนะ

เพราะในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่นี่ค่อนข้างมีผู้คนหนาแน่น

ในการขึ้นบัส ประตูรถบัสญี่ปุ่นจะแบ่งเป็น 2 ประตู คือประตูสำหรับขึ้นและสำหรับลง ขาขึ้นเราโชว์หน้าจอนี้ให้กับเจ้าหน้าที่ที่บริเวณทางขึ้น และโชว์อีกครั้งตอนที่ลง ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมน้า


ระหว่างทางไปยังสถานี Oyama Cable Car


หลังจากที่ลงรถบัสเรายังต้องใช้เวลาเดินอีก 10 นาทีสำหรับการเดินไปยังจุดขึ้น Oyama Cable Car ระหว่างทางนั้นเป็นทางขั้นบันไดโดยมีร้านค้ารายเรียงสองข้างทาง มีทั้งของฝาก และสินค้าท้องถิ่นวางขายอยู่เป็นจำนวนมาก คุณสามารถเดินทานหรือแวะทานอาหารเติมแรงก่อนขึ้นไปเที่ยวข้างบนก็ได้


แวะเติมพลังด้วยโซบะที่ร้าน Kankirou(かんき楼)

อาหารขึ้นชื่อของแถบนี้คือเต้าหู้กับโซบะ ระหว่างทางเดินไปยัง Oyama Cable Car คุณจะเห็นป้ายร้านอาหารโซบะกับเต้าหู้จำนวนมาก เราได้เลือกเข้ามาที่ร้าน Kankirou(かんき楼) ซึ่งเป็นร้านโซบะ ที่มีเต้าหู้เป็นของขึ้นชื่อเช่นกัน

เมนูที่เราสั่งคือโซบะเห็ด หอมซุปเห็ดมากๆ อร่อยและไม่หนักท้องจนเกินไป


เวลาทำการ: 10:00-17:00



หลังจากท้องอิ่มเราก็เริ่มมีแรงเดินต่อแล้ว ระหว่างทางเดินไปยัง cable car เราเริ่มได้เห็นใบไม้แดงแล้ว!! ตื่นเต้นแล้วว่าข้างบนใบไม้แดงจะสวยขนาดไหน!!

ที่นี่นอกจากจะเป็นจุดชมใบไม้แดงยอดนิยมในหมู่คนญี่ปุ่นแล้ว ยังเป็นภูเขาที่ได้รับความนิยมในการปีนเขาอีกด้วย มีคอร์สให้เลือกปีน ผู้ที่เป็นนักปีนบีกินเนอร์ก็สามารถปีนได้สบายๆ


ขึ้น Oyama Cable Car ไปยังยอดเขา Oyama Afuri Shrine

หลังจากเดินๆแวะๆถ่ายรูปมาจนถึง Oyama Cable Car เราก็โชว์หน้าจอให้เจ้าหน้าที่แล้วเข้าไปข้างในได้เลยไม่ต้องต่อแถวซื้อตั๋ว!! สะดวกรวดเร็วดีมากๆ เราจะขึ้นไปยังชั้นที่มีศาลเจ้าของที่นี่คือสถานี Afuri Shrine(阿夫利神社)

Oyamae Cable Car คันนี้จะนำคุณขึ้นไปยังศาลเจ้า Oyama Afuri Shrine ซึ่งอยู่ที่ระดับความสูง 700 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลได้ภายใน 6 นาที โดยสามารถเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ของธรรมชาติผ่านทางหน้าต่างขนาดใหญ่ของตัวรถ อีกทั้งรถคันนี้ยังได้รางวัล Good Design 2016 ด้วยนะ

ทางด้านหน้าสุดกับหลังสุดของ Cable car จะมีกระจกที่กว้าง ทำให้สามารถชมบรรยากาศของใบไม้เปลี่ยนสีและธรรมชาติจาก Cable Car ได้อย่างเต็มตา เหมือนกับวิ่งเข้าไปในธรรมชาติ

ตรวจสอบรอบรถ cable car ได้ที่นี่: https://www.ooyama-cable.co.jp/timetable/


สถานี Afuri Shrine


เมื่อขึ้นมาถึงสถานี Afuri Shrine ซึ่งเป็นสถานีสูงสุดของเขาลูกนี้แล้ว จะพบกับใบไม้แดงกับทางบันไดที่สูงขึ้นไปยังศาลเจ้า Oyama Afuri ซี่งเป็นศาลเจ้าที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานของที่นี่


Oyama Afuri Shrine

ศาลเจ้าโอยามะอาฟุริ ว่ากันว่าถูกสร้างขึ้นเมื่อ 2,200 ปีก่อน ศาลเจ้านี้มีวิหารหลักตั้งอยู่บนความสูง 700 เมตร และอาคารวิหารอื่นกระจายอยู่ในส่วนอื่นของภูเขา ที่นี่ได้รับความนิยมอย่างมากในยุคสมัยเอโดะ และในปัจจุบันก็ยังมีผู้คนมาสักการะกันเป็นจำนวนมากทุกปี

นอกจากนี้ภูเขาลูกนี้ยังถูกทำเป็นภาพวาดโบราณญี่ปุ่นที่เรียกว่า “อุคิโยเอะ” ภาพศิลปะสไตล์ญี่ปุ่นในผลงาน “oyama mairi” ซึ่งเป็นภาพที่โด่งดังแม้ในปัจจุบัน จึงเป็นเหตุให้ หน่วยงานด้านวัฒนธรรมให้ที่นี่เป็น "มรดกของญี่ปุ่น" ในปี 2016

บรรยากาศจากบริเวณลานหน้าศาลเจ้าอาฟุริกับใบไม้แดง

จุดสำหรับนั่งเล่น เดินเล่นบริเวณรอบศาลเจ้า

ทางปีนเขาสำหรับผู้ที่ต้องการท้าทายตัวเอง สามารถเริ่มเดินเขาได้จากทางด้านซ้ายของศาลเจ้า


Saryo Sekison (茶寮 石尊)คาเฟ่มิชลินที่ตัวร้านเชื่อมกับศาลเจ้า

Saryo Sekison (茶寮 石尊) เป็นคาเฟ่ที่ตัวอาคารเป็นส่วนหนึ่งของอาคารหลักของศาลเจ้าอาฟุริ ภายในร้านกว้างขวาง มีทั้งที่นั่งตรงระเบียงชมวิวทิวทัศน์ และที่นั่งแบบโต๊ะ หรือจะนั่งที่นั่งแบบเสื่อทาทามิที่อยู่ด้านในสุดก็ได้ เป็นร้านคาเฟ่ที่ถูกแนะนำในนิตยสาร Michelin Green Guide Japon(ในภาษาฝรั่งเศษ) 2 ดาว


ภายในร้านนอกจากจะมีที่นั่งข้างในแล้ว ยังมีที่นั่งระเบียงให้คุณสามารถชมวิวธรรมชาติจากบนเขาลูกนี้ ไปพร้อมกับทานขนมจิบชาไปพลางๆในบรรยากาศที่สงบของศาลเจ้า


เมนูของหวานของร้านเป็นของหวานสไตล์ญี่ปุ่น เช่น ทีรามิสุมัตฉะ โมจิหยดน้ำ เป็นต้น

เวลาทำการ: 10:00-16:30

เว็บไซต์ทางการ: https://www.afuri.or.jp/sekison/


นั่งรถกลับลงไปยังสถานี Oyama temple

หลังจากที่ชมความงามที่ชั้นบนสุดเรียบร้อยแล้ว เราลงไปข้างล่างด้วยรถ Cable car 1 สถานี คือสถานี Oyama temple เป็นสถานีที่ตั้งวัดโอยาม่า

ทางลงเขาเห็นใบไม้เปลี่ยนสีจากรถเคเบิ้ลได้ชัดเจนมาก

เมื่อลงมาที่สถานี Oyamadera แล้ว เราก็เดินไปยังวัดกันเลย

ระหว่างทางเดินไปยังวัดเราก็ได้เห็นใบไม้แดงที่สีสดชัดกว่าทุกที่


วัดโอยาม่า

แล้วเราก็มาถึงวัดโอยาม่าแล้ว ใบไม้แดงที่นี่สีสดมากๆ แบบเต็มๆฉ่ำๆ ไม่ได้แต่งสีใดๆก็สดเลย สวยมาก ทำไมเพิ่งเคยรู้จักที่นี่นะ

ทางเดินขึ้นไปยังตัวอาคารหลักของวัดเป็นอุโมงค์เมเปิ้ลสีแดงที่สวยมาก อยากให้ทุกคนได้ลองมาชมซักครั้งนึง


วัดแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปีที่ 7 ของยุคเท็นเพียว โชโฮ (ปี755) โดยนักบวชเรียวเบ็นผู้ก่อตั้งวัดโทไดจิในจังหวัดนารา ตามคำสั่งของจักรพรรดิ ปัจจุบันเป็นวัดของนิกาย Daikakuji ซึ่งเป็นนิกาย Shingon เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในชื่อ “โอยามะ โอฟุโดะซัง”' และนับว่าเป็นหนึ่งในสามฟุโดะที่สำคัญในภูมิภาคคันโต

แวะชิมขนมมังจูปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายของวัดกันหน่อย ตอนไปถึงกำลังนึ่งเสร็จสดๆ และตีตราชื่อวัดลงบนขนมพอดี

❌ซื้อมากิน

✅ซื้อมาถ่ายรูป

ขนมมังจูแป้งนุ่มอร่อยมาก เข้ากับไส้ถั่วแดงที่หวานกำลังดี อร่อยแล้วยังได้บุญได้ปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกไปด้วย ราคาลูกละ 300 เยนจ้า

ในช่วงที่ไปเป็นช่วงที่มีการจัดงานไลท์อัพพอดี พอฟ้าเริ่มมืดจะเริ่มเปิดไฟ โคมไฟบริเวณรอบวัดโอยาม่าจะส่องแสงสะท้อนกับใบไม้สีแดง ทำให้ได้บรรยากาศที่แตกต่างไปจากแสงช่วงตอนกลางวัน

ในช่วงที่มีการจัดงานไลท์อัพของปี 2023 คือวันที่ 18-26 พ.ย. ซึ่งเป็นช่วงที่ฟ้าค่อนข้างมืดเร็ว หากใครอยากมาช่วงไลท์อัพแนะนำให้มาช่วงเวลา 5 โมง ซึ่งเป็นเวลาพระอาทิตย์ตกดินแล้ว



ระหว่างทางของรถ Cable car เองก็มีจัดไฟไลท์อัพ ช่วงที่รถวิ่งผ่านจุดไลท์อัพจะปิดไฟในห้องโดยสารให้ทุกคนสามารถชมไฟได้อย่างชัดเจน

แม้ว่าจะมืดแล้วก็ตามแต่กลับมีผู้คนเข้ามายังภูเขาเยอะมากกว่าตอนกลางวันเสียอีก ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงยิ่งมีการจัดไลท์อัพยิ่งสามารถดึงดูดผู้คนได้มากยิ่งขึ้นจริงๆ


เป็นอย่างไรกันบ้างกับทริปชมใบไม้แดงที่โอยาม่า ใครที่กำลังมองหาจุดชมใบไม้แดงสวยๆใกล้โตเกียว ลองแวะมาเที่ยวที่โอยาม่ากันดู แล้วอย่าลืมซื้อตั๋ว Digital Tanzawa-Oyama ด้วยนะ จะช่วยให้การท่องเที่ยวโอยาม่าของคุณราบรื่นและสะดวกยิ่งขึ้นไปอีก



Sponsored by Odakyu Railway

Comments


bottom of page